วันเสาร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ข้อมูล กชช.2ค

 ความหมายและที่มาของข้อมูล กชช.2
                ข้อมูลพื้นฐานระดับหมู่บ้าน/ชุมชน (กชช. 2ค) คือ ข้อมูลหมู่บ้านที่แสดงให้เห็นสภาพทั่วไปและปัญหาของหมู่บ้านชนบทด้านต่าง ๆ เช่น โครงสร้างพื้นฐาน เศรษฐกิจ สุขภาพและอนามัย ความรู้
และการศึกษา ความเข้มแข็งของชุมชน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาพแรงงานและยาเสพติด เป็นข้อมูลที่จัดเก็บทุกหมู่บ้านในชนบทเป็นประจำทุก 2 ปี
                เครื่องชี้วัดสภาพปัญหาของหมู่บ้าน ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 (ปี 2550-2554) ที่ผ่านมา มี 6 ด้าน 31 ตัวชี้วัด มีการจัดระดับความรุนแรงของปัญหาและระดับการพัฒนาของหมู่บ้าน ทำให้ทราบลำดับความสำคัญของปัญหา และพื้นที่เป้าหมายที่ควรได้รับการพัฒนาเป็นพิเศษ
แนวคิดและความเป็นมาของข้อมูล กชช.2
            ปี 2525 สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) มอบให้กรมการพัฒนาชุมชน (พช.) จัดเก็บข้อมูล กชช. 2ค ในพื้นที่เป้าหมาย 38 จังหวัด 12,586 หมู่บ้าน
            ปี 2527 สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ (สศช.) มอบให้กรมการพัฒนาชุมชน (พช.) จัดเก็บข้อมูล กชช. 2ค ในพื้นที่เป้าหมาย 38 จังหวัด 12,586 หมู่บ้าน และคณะอนุกรรมการแผนพัฒนาระดับภูมิภาคและท้องถิน (อผภ.) เห็นชอบให้กรมการพัฒนาชุมชน (พช.)จัดเก็บข้อมูลนอกพื้นที่เป้าหมาย 42,246 หมู่บ้าน รวม 54,832 หมู่บ้าน
            ปี 2529 ศูนย์ประสานการพัฒนาชนบทแห่งชาติ (ศปช.) สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ (สศช.) ขอความร่วมมือจากกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้รับผิดชอบงานของคณะอนุกรรมการแผนพัฒนาระดับภูมิภาคและท้องถิ่น (อผภ.) มอบหมายให้กรมการพัฒนาชุมชน (พช.) จัดเก็บข้อมูล กชช. 2ค ทุกหมู่บ้านทั่วประเทศ จำนวน 54,832 หมู่บ้าน
            ปี 2530 คณะรัฐมนตรีมีมติ เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2530 เห็นชอบให้มีการจัดเก็บข้อมูล กชช. 2ค ผนวกกับ ข้อมูล จปฐ. เป็นประจำทุกสองปี ตั้งแต่ปี 2533 เป็นต้นไป  ในระยะแรก (ปี 2531) มีสถาบันประมวลข้อมูลเพื่อการศึกษาและการพัฒนา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (สปข.) สนับสนุนด้านวิชาการและประมวลผลข้อมูล และจัดทำโปรแกรมสำเร็จรูปในการเรียกใช้ข้อมูล กชช. 2ค ควบคู่ไปกับการดำเนินการติดตั้งเครืองคอมพิวเตอรให้สำนักงานจังหวัด 75 จังหวัด และหน่วยงานระดับกระทรวงและกรมรวม 21 หน่วยงาน
            ปี 2540 ได้โอนการตั้งจ่ายงบประมาณในการจัดเก็บข้อมูล กชช. 2ค จาก สศช. มาที่กรมการพัฒนาชุมชน โดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และสถาบันประมวลข้อมูลเพื่อการศึกษาและการพัฒนา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร (สปข.) ยังคงบทบาทในการกำกับทิศทางของข้อมูลและสนับสนุนด้านวิชาการในคณะทำงานปรับปรุงและจัดทำตัวชี้วัดคุณภาพชีวิตของประชาชน ภายใต้คณะกรรมการอำนวยการงานพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน (พชช.) ซึ่งมีปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นประธานและกรมการพัฒนาชุมชนเป็นเลขานุการ
            ปี 2549 ได้มีการศึกษาปรับปรุงเครื่องชี้วัดข้อมูล กชช. 2ค เพื่อใช้จัดเก็บข้อมูลในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 (พ.ศ. 2550 – 2554) โดยสรุป เครื่องชี้วัดข้อมูล พื้นฐานระดับหมู่บ้าน/ชุมชน (กชช. 2ค) ที่จะนำมาใช้ในการจัดเก็บข้อมูลในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 (ปี 2550-2554) มี 6 ด้าน 31 ตัวชี้วัด
            วิวัฒนาการของข้อมูล กชช. 2ค ในช่วง 20 ปีที่ผานมา มีการปรับปรุงตัวชี้วัดใหสอดคลองกับแผนพัฒนาประเทศและนโยบายรัฐบาล ในทุกช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการระบุปัญหาแต่ละด้าน เพื่อกำหนดเป้าหมายการพัฒนาและจัดสรรงบประมาณให้ตรงตามสภาพความเป็นจริง ตั้งแต่แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 8 เป็นต้นมา ข้อมูล กชช. 2ค ได้เป็นเครื่องมือของทองถิ่นมากขึ้น ควบคู่ไปกับการสนับสนุนงานพัฒนาชนบท ระดับนโยบายกระทรวง และภูมิภาค
            คำว่า กชช. 2มักเป็นคำถามสำหรับนักพัฒนารุ่นหลังว่า มีความหมายอย่างไร
                “กชช. 2เป็นหนึ่งในรหัสของชุดข้อมูลที่นักพัฒนาชนบท อาทิ นายโฆสิต ปันเปี่ยมรัษฏ์ และ ดร.ธเนตร นรภูมิพิพัชน์ ที่ได้ริ่เริมจัดทำข้อมูลพื้นฐานระดับต่างๆ ขึ้น โดยนำคำว่า กชช.มาจาก คณะกรรมการพัฒนาชนบทแห่งชาติซึ่งประกอบด้วยชุดข้อมูล ดังนี้
                กชช. 2ก หมายถึง รายชื่อทำเนียบหมู่บ้านยากจนจำนวน 12,555 หมู่บ้าน ที่ได้ประกาศไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 5”
                กชช. 2ข หมายถึง ข้อมูลระดับอำเภอ ปี 2526 และ 2528 ขณะนี้ไม่มีการจัดทำ
                กชช. 2ค หมายถึง ข้อมูลพื้นฐานด้านเศรษฐกิจและสังคมระดับหมู่บ้านดังนั้น คำวา กชช. 2จึงไม่มีความหมายโดยตัวเอง ซึ่งแตกต่างจากคำว่า จปฐ.ซึ่งเป็น คำย่อของ ความจำเป็นพื้นฐาน
หลักการของข้อมูล กชช.2
            1. ข้อมูล กชช. 2ค เป็นข้อมูลพื้นฐานระดับหมู่บ้าน/ชุมชนที่ทำให้สามารถรู้สภาพปัญหาของหมู่บ้าน ซึ่งจะนำไปสู่การวางแผนแก้ไขปัญหาของหมู่บ้าน ตำบล ของหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง หรือกลุ่ม/องค์กรประชาชน เพื่อให้ประชาชนได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
            2. ข้อมูล กชช. 2ค เป็นข้อมูลที่ต้องดำเนินการจัดเก็บทุกสองปี ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2530 โดยการจัดเก็บข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และการสัมภาษณ์จากผู้นำท้องถิ่นในแต่ละหมู่บ้าน เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปใช้ในการวางแผนพัฒนาตำบล แผนพัฒนาอำเภอ และแผนพัฒนาจังหวัด
วัตถุประสงค์ของข้อมูล กชช.2
        1. เพื่อใช้ข้อมูล กชช. 2ค เป็นเครื่องมือในการสำรวจสภาพความเป็นอยู่ของประชาชนในแต่ละหมู่บ้านทั่วประเทศ สำหรับการวางแผน การกำหนดนโยบายและเป็นข้อมูลการประเมินผลการพัฒนาโดยส่วนรวม
        2. เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ใช้ประโยชน์จากข้อมูล กชช. 2ค ในการวางแผนการติดตามและประเมินผลการพัฒนาชนบท
        3. เพื่อใช้ระดับการพัฒนาของหมู่บ้าน/ชุมชน จากข้อมูล กชช. 2ค กำหนดพื้นที่เป้าหมายในการพัฒนาของแต่ละจังหวัด อำเภอ และตำบล

จปฐ. คืออะไร


จปฐ. คืออะไร
 
จปฐ.คืออะไร            ข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) คือ ข้อมูลในระดับครัวเรือนที่แสดงถึงสภาพความจำเป็นของคนในครัวเรือนในด้านต่าง ๆ เกี่ยวกับคุณภาพชีวิตที่ได้กำหนดมาตรฐานขั้นต่ำเอาไว้ว่า คนควรจะมีคุณภาพชีวิตในเรื่องนั้น ๆ อย่างไร ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง เพื่อให้มีชีวิตที่ดีและสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข
แนวความคิด
            สภาพัฒน์ฯได้กำหนดรูปแบบของลักษณะของสังคมไทยและคนไทยที่พึงประสงค์ในอนาคต โดยกำหนดเป็นเครื่องชี้วัดความจำเป็นพื้นฐาน(จปฐ.)ของคนไทย ได้ข้อสรุปว่า การมีคุณภาพชีวิตที่ดีของคนไทย จะต้องผ่านเกณฑ์ความจำเป็นพื้นฐาน(จปฐ.) ทุกตัวชี้วัด

ความเป็นมา            ปี 2528 คณะรัฐมนตรีเห็นชอบและอนุมัติเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2528 ให้มีการดำเนินการ โครงการปีรณรงค์คุณภาพชีวิตและประกาศใช้เป็นปีรณรงค์คุณภาพชีวิตของประชาชนในชาติ (ปรช.) (20 สิงหาคม 2528 - 31ธันวาคม 2530) โดยใช้เครื่องชี้วัดความจำเป็นพื้นฐาน หมวด 32 ตัวชี้วัด เป็นเครื่องมือที่ใช้วัด คุณภาพชีวิตของคนไทย
            ปี 2532 คณะกรรมการพัฒนาชนบทแห่งชาติ(กชช.) มีมติเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2532 ให้กรมการพัฒนาชุมชน จัดเก็บข้อมูล จปฐ. ในเขตชนบทเป็นประจำทุกปี ตั้งแต่ปี 2533 จนถึงปัจจุบัน โดยมีการปรับปรุงเครื่องชี้วัดข้อมูล จปฐ. ทุก ปี ให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาฯ ชาติ
            ปี 2544 คณะกรรมการอำนวยการงานพัฒนา คุณภาพชีวิตของประชาชน(พชช.) มีมติ เมื่อวันที่ กุมภาพันธ์ 2544 ให้กรมการพัฒนาชุมชน รับผิดชอบประสาน การจัดเก็บข้อมูล จปฐ. ในเขตเมือง ด้วยโดยให้ใช้เครื่องชี้วัดเหมือนเขตชนบท(มติเมื่อ 31 พ.ค. 2545)

หลักการ
            (1) ใช้เครื่องชี้วัดความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) เป็นเครื่องมือของกระบวนการเรียนรู้ของประชาชนในหมู่บ้าน/ชุมชน เพื่อให้ประชาชนทราบถึงสภาพความเป็นอยู่ของตนเอง ครอบครัว และชุมชน ว่าบรรลุตามเกณฑ์ความ จำเป็นพื้นฐานแล้วหรือไม่
            (2) ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนา โดยผ่านกระบวนการ จปฐ. นับตั้งแต่การกำหนดปัญหาความต้องการที่แท้จริงของชุมชนการค้นหาสาเหตุและแนวทางแก้ไขปัญหา และการประเมินผลการดำเนินงานที่ผ่านมา
            (3) ใช้ข้อมูล จปฐ. เป็นแนวทางในการคัดเลือกโครงการต่าง ๆ ของรัฐให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาที่แท้จริงของชุมชนสามารถใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดได้อย่างทั่วถึง และมี ประสิทธิภาพ

วัตถุประสงค์
            เพื่อให้ประชาชนสามารถพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของตนเองและครอบครัว ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี อย่างน้อยผ่านเกณฑ์ความจำเป็น พื้นฐาน

ทำไมต้องมีการจัดเก็บข้อมูล จปฐ.
            ข้อมูล จปฐ. เป็นข้อมูลที่จะสามารถสะท้อนถึงความเป็นอยู่ หรือคุณภาพชีวิตของคนไทยทุกครัวเรือนว่า ในขณะนั้นมีสภาพความเป็นอยู่อย่างไร ซึ่งภาครัฐจะนำข้อมูลนี้ไปวิเคราะห์ วางแผน แก้ไขปัญหาได้อย่างตรงกับปัญหาที่เกิดขึ้น ข้อมูล จปฐ.นี้ เสมือนกับกระจกที่สามารถสะท้อนสภาพของคนในครัวเรือน ชุมชน ตำบล อำเภอ จังหวัด หรือภาพรวมของประเทศ

            หากไม่มีการนำข้อมูลมาใช้ในการวางแผน หรือกำหนดเป้าหมายในการพัฒนาประเทศแล้วการพัฒนาก็เปรียบเสมือนการเดินทางที่ไม่มีการวางแผน ไม่มีจุดหมายปลายทาง ซึ่งก็จะทำให้การเดินทางเสียเวลา เสียเงิน หรืองบประมาณ ไม่มีที่สิ้นสุด
            ข้อมูล จปฐ. ยังเปรียบเสมือนเป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้ทุกคนทุกระดับใช้เป็นเครื่องชี้วัดสภาพความเป็นอยู่ หรือคุณภาพชีวิตว่า ณ เวลานั้น ตนหรือประเทศของตนมีสภาพความเป็นอยู่อย่างไร เปรียบดังปรอดที่ใช้วัดอุณหภูมิของคนไข้ หากหมอไม่ทราบระดับการป่วยของคนไข้ว่าอยู่ระดับใด ก็ไม่สามารถที่จะรักษาได้อย่างถูกต้อง ข้อมูล จปฐ. ยังเป็นสิ่งที่บอกเหตุ หรือระบบเตือนภัยให้กับทุกคนด้วยว่าขณะนี้ควรจะเร่งดำเนินการแก้ไขเรื่องใด ก่อน - หลัง ตามลำดับความสำคัญ

วันเสาร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

การเลือกซื้อ AirCard 3G

การเลือกซื้อ AirCard 3G

3G คืออะไร
ระบบ3G
(UMTS) นั้นคือการนำเอาข้อดีของระบบCDMA

มาปรับใช้กับ GSM เรียกว่า W-CDMA ซึ่งถูกพัฒนาโดย
บริษัท NTT DoCoMo ของญี่ปุ่นสำหรับเมืองไทยนั้น 
ระบบ 3G จะเป็น เทคโนโลยีแบบ HSPA 
ซึ่งแยกย่อยได้เป็น HSDPA HSUPA และ HSPA+
HSDPAนั้นจะสามารถ รับส่งข้อมูลได้สูงสุด

ที่Download 14.4 Mbps Upload 384 Kbps. 
ปัจจุบันผู้ให้บริการทั่วโลกยังให้บริการ
อยู่ที่ Download 7.2Mbps เท่านั้น
HSUPAจะเหมือนกับ HSDPAทุกอย่างแต่การUploadข้อมูล
จะวิ่งที่ความเร็วสูงสุด 5.76 Mbps HSPA+ เป็นระบบในอนาคต 
การDownload ข้อมูลจะอยู่ที่ 42 Mbps Upload 22 Mbps
สำหรับในเมืองไทยนั้น ระบบ3G HSPA ที่ Operator AIS 

หรือ DTAC นำมาใช้จะเป็น HSDPA โดยการ Download 
จะอยู่ที่ 7.2Mbps ซึ่งน่าจะได้ใช้กันในไม่ช้า

การเลีอกซื้อ 3G ข้อควรระวังในการเลือกซื้อ AirCard
แบบที่รองรับ 3G
คลื่นความถี่ 3G ที่ใช้กันทั่วโลกจะใช้อยู่ 3 ความถี่ที่เป็นมาตราฐาน
คือ 850 1900 และ 2100 ซึ่งเมืองไทยจะแบ่งเป็นดังนี้
คลื่นความถี่ ( band ) 850 จะถูกพัฒนาโดย Dtac และ True
คลื่นความถี่ ( band ) 900 จะถูกพัฒนาโดย AIS
คลื่นความถี่ ( band ) 2100 กำลังรอ กทช.ทำการประมูลเพื่อจัดสรรคลื่นความถี่
คลื่นความถี่ ( band ) 1900 และ 2100 จะถูกพัฒนาโดย TOT

ดังนั้นการเลือกซื้อ AirCard / Router หรือ โทรศัพท์มือถือ
และต้องการให้รองรับ 3G ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนว่าสามารถ
รองรับได้ทั้ง 3 คลื่นหรือไม่ หรือเพียงบางคลื่นเท่านั้น
ซึ่งส่วนนี้ก็สำคัญไม่ควรมองข้าม

Login Window7

คุณเบื่อกับการ Login Window7ไหม?

ปกติเวลาเปิด Windows7 จะต้องให้ผู้ใช้ Login ต้องใส่ Password เข้าใช้ตลอด
ซึ่งถ้าคุณใช้คอมพิวเตอร์เพียงคนเดียวก็อาจจะเบื่อกับขั้นตอนนี้
วันนี้ผมมีเทคนิค ทำให้ปัญหานี้หมดไปครับ คือทำให้เป็น Auto Login เวลาเปิดเครื่อง
windows7ก็จะไม่ให้ Login อีก โดยใช้ Advanced User Account Feature ครับ..


ไปที่ Start Menu ตรงคำสั่ง Run ให้พิมพ์ Netplwiz แล้วกด Enter
1.ที่หน้าต่าง User Accounts เลือก User ที่จะทำ Auto Login



2.คลิกเอาเครื่องหมายถูกออกจากสี่เหลี่ยมหน้า User must enter a user name and password
to use this Computer แล้วคลิก Apply และ ok ครับ
แค่นี้ก็ไม่มีหน้า Loginมากวนใจแล้วครับ